Odoo คือชุดซอฟต์แวร์ธุรกิจแบบโอเพนซอร์สจากเบลเยียม รวมแอปสำหรับงานบัญชี ขาย จัดซื้อ สต็อก การผลิต งานบุคคล เว็บไซต์ และการตลาดไว้บนฐานข้อมูลเดียว คุณเริ่มจากแอปเดียวแล้วค่อยเพิ่มแอปอื่นตามการเติบโตได้ Odoo มีสองรุ่น คือ Community ที่ใช้ฟรีภายใต้สัญญาอนุญาต LGPLv3 และ Enterprise ที่ต้องจ่ายค่าสมาชิกต่อผู้ใช้
เราเป็น Odoo Silver Partner ในกรุงเทพฯ จึงขอบอกตั้งแต่ต้นว่าบทความนี้เขียนโดยคนที่ขายบริการ Odoo เราพยายามอ้างเฉพาะข้อมูลที่ตรวจได้จากหน้าเว็บของ Odoo และ Zoho เอง และใส่ข้อจำกัดของ Odoo ไว้ด้วย คุณจะได้ตัดสินใจจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่จากคำโฆษณา
Odoo เป็นของประเทศอะไร
Odoo เป็นบริษัทสัญชาติเบลเยียม ก่อตั้งปี 2548 (ค.ศ. 2005) โดย Fabien Pinckaers ซึ่งยังเป็น CEO อยู่ในปัจจุบัน
ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Odoo ที่ออกจากกรุงบรัสเซลส์เมื่อ 15 พฤษภาคม 2557 ระบุว่าบริษัทก่อตั้งปี 2548 และมีสำนักงานใหญ่ในเบลเยียม หน้า About ของ Odoo ในวันนี้ระบุสำนักงานที่ Grand Rosière ประเทศเบลเยียม เป็น HQ
ชื่อ Odoo ไม่ใช่ชื่อแรก โครงการเริ่มต้นในชื่อ TinyERP ตอนที่ Fabien ยังเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ Louvain-la-Neuve ต่อมาเปลี่ยนเป็น OpenERP และเปลี่ยนเป็น Odoo ในปี 2557 เหตุผลที่ Odoo ให้ไว้คือผลิตภัณฑ์โตเกินคำว่า ERP ไปแล้ว ตอนนั้นมีทั้งเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ และระบบหน้าร้าน
ตัวเลขที่ Odoo ประกาศบนหน้า About ตอนเราเขียนบทความนี้ คือผู้ใช้ 28 ล้านคน พนักงานมากกว่า 8,000 คน และพาร์ทเนอร์มากกว่า 21,000 ราย ตัวเลขชุดนี้เป็นของ Odoo เอง ไม่ใช่ผลสำรวจจากภายนอก
Odoo อ่านว่าอะไร
Odoo อ่านว่า "โอดู" หลักฐานที่ชัดที่สุดคือชื่อนิติบุคคลของ Odoo ในประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนว่า บริษัท โอดู (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ODOO (THAILAND) COMPANY LIMITED
ข้อมูลทะเบียนที่เราตรวจจากเว็บรวบรวมข้อมูลนิติบุคคล แสดงเลขทะเบียน 0105557072429 จดทะเบียนวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 สถานะยังดำเนินกิจการอยู่ ถ้าต้องเขียนชื่อเป็นภาษาไทยในเอกสารหรือใบเสนอราคา ให้ใช้ "โอดู" ตามชื่อบริษัทที่จดทะเบียน
Odoo ทำอะไรได้บ้าง
Odoo ครอบคลุมงานเกือบทุกฝ่ายของบริษัท โดยทุกแอปใช้ข้อมูลลูกค้า สินค้า และบัญชีชุดเดียวกัน
หน้า All Apps ของ Odoo แบ่งแอปเป็นกลุ่มแบบนี้
- เว็บไซต์: Website, eCommerce, Blog, Forum, eLearning, Live Chat
- งานขาย: CRM, Sales, Point of Sale, Subscriptions, Rental
- การเงิน: Accounting, Invoicing, Expenses, Documents, Spreadsheet, Sign, ESG
- สต็อกและการผลิต: Inventory, Manufacturing, PLM, Purchase, Maintenance, Quality
- งานบุคคล: Employees, Recruitment, Time Off, Appraisals, Payroll, Referral, Fleet
- การตลาด: Marketing Automation, Email Marketing, SMS Marketing, Social Marketing, Events, Survey
- งานบริการ: Project, Timesheet, Field Service, Helpdesk, Planning, Appointments
- งานประจำวัน: Discuss, Approvals, IoT, VoIP, Knowledge, AI
- ปรับแต่งระบบ: Studio
Odoo บอกว่าบริษัทพัฒนาแอปหลัก 50 ตัวเอง และชุมชนนักพัฒนาสร้างแอปเสริมเพิ่มอีกมากกว่า 50,000 ตัว จุดที่ทำให้ Odoo ต่างจากการซื้อโปรแกรมแยกหลายตัวคือ ใบเสนอราคาในแอปขายตัดสต็อกในแอปคลัง และลงบัญชีในแอปบัญชีได้โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ
Odoo Community กับ Enterprise ต่างกันอย่างไร
Community เป็นรุ่นโอเพนซอร์สที่ใช้ฟรีภายใต้ LGPLv3 ส่วน Enterprise เป็นรุ่นที่ใช้สัญญาอนุญาตของ Odoo เอง และใช้งานได้เมื่อมีค่าสมาชิก Enterprise ตามจำนวนผู้ใช้
Odoo อธิบายว่า Community คือแกนที่ Enterprise สร้างต่อขึ้นมา และย้ายจาก Community ไป Enterprise ได้ ตารางเปรียบเทียบบนหน้า Editions ของ Odoo แสดงความต่างที่สำคัญดังนี้
| หัวข้อ | Community | Enterprise |
|---|---|---|
| สัญญาอนุญาต | LGPLv3 ใช้ฟรี | Odoo Enterprise Edition License ต้องมีค่าสมาชิก |
| Functional support, อัปเกรดเวอร์ชัน, โฮสติ้ง | ไม่มี | มี |
| แอปบนมือถือ Android และ iOS | ไม่มี | มี |
| Accounting เต็มรูปแบบ | ไม่มี (มี Invoicing) | มี |
| CRM, Sales, POS, Inventory, Purchase, Manufacturing | มี | มี |
| Barcode, Quality, PLM, งานวางแผนการผลิตหน้างาน | ไม่มี | มี |
| Payroll, Appraisals | ไม่มี | มี |
| Helpdesk, Field Service, Planning | ไม่มี | มี |
| Documents, Sign, Knowledge, Approvals | ไม่มี | มี |
| Studio (ปรับแต่งหน้าจอโดยไม่เขียนโค้ด) | ไม่มี | มี |
ข้อที่คนมักพลาดคือคิดว่า Community มีโมดูลบัญชีครบ ตามตารางของ Odoo รุ่น Community มีแค่ Invoicing และ Payments ส่วน Accounting ที่มีบัญชีแยกประเภทและกระทบยอดธนาคาร อยู่ในรุ่น Enterprise
เรื่องอัปเกรด เอกสารของ Odoo ระบุว่าแต่ละเวอร์ชันหลักมีระยะที่ Odoo ดูแล 3 ปี และ "With Odoo Enterprise, upgrading a database to the most recent version of Odoo is free" ถ้าใช้ Community คุณต้องวางแผนอัปเกรดเองหรือจ้างผู้ให้บริการ
ฝั่งราคา หน้า Pricing ของ Odoo มีแผน One App Free (ใช้ได้หนึ่งแอป ไม่จำกัดผู้ใช้) แผน Standard ที่ใช้ได้ทุกแอปบน Odoo Online และแผน Custom ที่เพิ่ม Studio, หลายบริษัท, External API และเลือกโฮสต์บน Odoo.sh หรือเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองได้ ค่าติดตั้ง ค่าเครดิต SMS และค่าดูแลโค้ดที่เขียนเพิ่ม ไม่รวมในค่าสมาชิก ราคาเปลี่ยนตามช่วงเวลาและโปรโมชัน ให้เช็กที่หน้า Pricing ก่อนตัดสินใจ
Odoo ทำบัญชีไทยได้ไหม
ได้ในระดับพื้นฐาน Odoo มีแพ็กเกจภาษีไทยของตัวเอง ครอบคลุม VAT 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย รายงานภาษีซื้อขาย และ PromptPay QR แต่ยังมีบางงานที่ต้องทำนอกระบบ
เอกสาร Thailand fiscal localization ของ Odoo 19 ระบุสิ่งที่มีให้ดังนี้
- โมดูล Thailand - Accounting (l10n_th) เป็นแพ็กเกจหลัก และ Thailand - Accounting Reports (l10n_th_reports) สำหรับรายงานเฉพาะประเทศไทย
- ภาษีที่ตั้งไว้ให้ ได้แก่ VAT 7%, VAT-exempted, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- รายงานภาษีซื้อ VAT-202-01 และภาษีขาย VAT-202-02 ออกเป็นไฟล์ Excel สำหรับกรมสรรพากร
- ไฟล์ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ออกเป็น CSV สำหรับนำไปใช้กับโปรแกรม RD e-Filing
- ใบกำกับภาษีพิมพ์จากแอป Invoicing และระบุสำนักงานใหญ่หรือเลขสาขาได้ที่ข้อมูลผู้ติดต่อ
- PromptPay QR บนใบแจ้งหนี้ ผูกกับ Ewallet ID, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของร้านค้า หรือเบอร์มือถือ อย่างใดอย่างหนึ่ง
ข้อจำกัดที่เอกสารเขียนไว้ตรง ๆ คือ Odoo สร้างแบบ ภ.ง.ด. ฉบับ PDF และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ไม่ได้ ต้องแปลงไฟล์ CSV ด้วยเครื่องมือภายนอก
เรื่องผังบัญชี เอกสารหน้านี้บอกว่าแพ็กเกจภาษีไทยมาพร้อมภาษีที่ตั้งไว้ แต่ไม่ได้อธิบายโครงสร้างผังบัญชีละเอียด ถ้าบริษัทคุณใช้ผังบัญชีของสำนักงานบัญชีอยู่แล้ว ควรวางแผน map รหัสบัญชีเดิมเข้ากับ Odoo ตั้งแต่ช่วงออกแบบระบบ
เรื่อง e-Tax Invoice เอกสาร localization ของ Odoo ที่เราตรวจไม่ได้พูดถึงเลย ถ้าบริษัทคุณต้องออก e-Tax Invoice ให้ถามผู้ติดตั้งว่าจะใช้วิธีไหน และขอดูตัวอย่างที่ใช้งานจริง