Skip to main content
AI & Technology

ความยั่งยืนกับ ESG เหมือนหรือต่างกันอย่างไร และองค์กรไทยควรเริ่มจากตรงไหน

ความยั่งยืนคือเป้าหมายว่าธุรกิจส่งผลอะไรต่อโลก ESG คือเกณฑ์ที่ใช้วัดและรายงานเรื่องเดียวกันให้นักลงทุนและผู้กำกับดูแลตรวจได้ สองคำนี้ต้องใช้คู่กัน องค์กรที่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งจะเจอปัญหาคนละแบบ

ESGSustainabilitySET ESG Ratings56-1 One ReportIFRS S1 S2Data Foundation

สมมติว่าบริษัทของคุณติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานเมื่อปีที่แล้ว ลดการใช้น้ำ และจัดอบรมความปลอดภัยให้พนักงานทุกคน วันหนึ่งธนาคารที่ปล่อยกู้ให้ส่งแบบสอบถาม ESG มา ถามว่าปีที่แล้วบริษัทปล่อยก๊าซเรือนกระจกกี่ตัน ใช้ข้อมูลจากไหน และใครในคณะกรรมการรับผิดชอบเรื่องนี้

ทีมทำเรื่องดีไปหลายเรื่อง แต่ตอบแบบสอบถามได้ไม่ครบ

ตัวอย่างนี้แสดงความต่างระหว่างสองคำที่คนมักใช้แทนกัน การติดโซลาร์เซลล์คือการลงมือเรื่องความยั่งยืน ส่วนแบบสอบถามของธนาคารคือ ESG

ความยั่งยืนคือเป้าหมาย

นิยามที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดมาจากรายงาน Our Common Future ของคณะกรรมาธิการบรันต์แลนด์แห่งสหประชาชาติ เมื่อปี 2530 ความยั่งยืนคือการตอบความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ทำลายความสามารถของคนรุ่นต่อไปในการตอบความต้องการของตัวเอง

สำหรับธุรกิจ ความยั่งยืนมักมองสามด้านพร้อมกัน คือเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คำถามหลักคือธุรกิจของเราส่งผลอะไรต่อโลก และจะอยู่ได้ในระยะยาวหรือไม่

ความยั่งยืนไม่มีสูตรวัดผลตายตัว แต่ละองค์กรกำหนดเป้าหมายของตัวเองได้ตามธุรกิจที่ทำ

ESG คือเกณฑ์วัดและการรายงาน

คำว่า ESG มาจากรายงาน Who Cares Wins ของ UN Global Compact เมื่อปี 2547 ซึ่งชวนสถาบันการเงินให้นำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) มาใช้ในการวิเคราะห์การลงทุน

ESG จึงเกิดจากฝั่งนักลงทุน และคำถามหลักกลับด้านกับความยั่งยืน ESG ถามว่าประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล กระทบความเสี่ยงและมูลค่าของบริษัทอย่างไร และบริษัทเปิดเผยข้อมูลได้น่าเชื่อถือแค่ไหน

อีกจุดที่ต่างคือธรรมาภิบาล ความยั่งยืนพูดถึงเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในสามด้าน ส่วน ESG แยกธรรมาภิบาลออกมาเป็นด้านของตัวเอง เพราะนักลงทุนต้องรู้ว่าใครเป็นคนตัดสินใจ และมีกลไกตรวจสอบหรือไม่

เทียบกันชัด ๆ

ความยั่งยืน ESG
ลักษณะ เป้าหมาย แนวคิด เกณฑ์วัดผลและการรายงาน
มองจาก ผลที่บริษัทสร้างต่อโลก ผลที่ประเด็นเหล่านี้มีต่อบริษัท
ผู้ใช้หลัก ผู้บริหาร พนักงาน ชุมชน ลูกค้า นักลงทุน ธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ ผู้กำกับดูแล
ด้านที่ดู เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล
วัดผลอย่างไร แต่ละองค์กรกำหนดเอง ตัวชี้วัด มาตรฐาน และ rating

สองคำนี้ไม่ได้แข่งกัน ความยั่งยืนบอกว่าจะไปทางไหน ESG บอกว่าไปถึงแค่ไหน และพิสูจน์ให้คนนอกเห็นได้อย่างไร

ในไทย ESG วัดกันอย่างไร

บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลด้านนี้ในแบบ 56-1 One Report ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เริ่มใช้กับรอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2564 รายงานรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นโยบาย เป้าหมาย และผลการดำเนินงาน รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเคยประเมินบริษัทที่สมัครเข้าร่วมผ่าน SET ESG Ratings ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก THSI ตั้งแต่ปี 2566 และให้ผลเป็นสี่ระดับ คือ AAA, AA, A และ BBB ปีแรกที่ใช้ชื่อใหม่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ rating บริษัท 193 แห่ง การประเมินแบบตอบแบบสอบถามนี้จบที่รอบปี 2568 ตั้งแต่ปี 2569 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ FTSE Russell ESG Scores ซึ่งให้คะแนนจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น รายงานประจำปี รายงานความยั่งยืน และเว็บไซต์ ดูวิธีเตรียมข้อมูลได้ในบทความเรื่อง SET ESG Ratings สู่ FTSE Russell ESG Scores

ในระดับสากล ISSB ออกมาตรฐาน IFRS S1 ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับความยั่งยืน และ IFRS S2 ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศ เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 มาตรฐานชุดนี้เป็นทิศทางที่หลายประเทศกำลังนำมาใช้

ความผิดพลาดที่เจอบ่อย

แบบแรก ทำรายงาน ESG สวยแต่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรจริง ตัวเลขในรายงานไม่มีที่มา หรือเป้าหมายไม่ผูกกับการทำงานจริง แบบนี้เสี่ยงถูกมองว่าเป็น greenwashing และเสียความน่าเชื่อถือเมื่อมีคนตรวจ

แบบที่สอง ทำเรื่องดีจริงแต่ไม่มีข้อมูลพิสูจน์ เหมือนบริษัทในตัวอย่างข้างบน ค่าไฟอยู่ในระบบบัญชี ปริมาณน้ำอยู่ในไฟล์ของฝ่ายซ่อมบำรุง ชั่วโมงอบรมอยู่กับฝ่ายบุคคล พอถึงเวลารายงาน ต้องรวบรวมด้วยมือ และตรวจย้อนหลังไม่ได้

แบบที่สองพบบ่อยกว่าที่คิด และแก้ได้ด้วยการวางข้อมูลให้ถูกที่ตั้งแต่ต้น

องค์กรควรเริ่มจากตรงไหน

  1. ตั้งเป้าความยั่งยืนให้ผูกกับธุรกิจจริงก่อน เช่น ลดพลังงานต่อหน่วยการผลิต หรือลดอุบัติเหตุในโรงงาน
  2. เลือกตัวชี้วัด ESG ที่ตอบเป้านั้น และตรงกับสิ่งที่นักลงทุนหรือคู่ค้าถามจริง
  3. ระบุว่าข้อมูลแต่ละตัวอยู่ในระบบไหน ใครเป็นเจ้าของ และเก็บบ่อยแค่ไหน
  4. ย้ายการเก็บข้อมูลเข้าระบบงานประจำวัน ให้ตัวเลขเกิดขึ้นตอนทำงาน ไม่ใช่ตอนทำรายงาน
  5. กำหนดคนในคณะกรรมการหรือผู้บริหารที่รับผิดชอบ และทบทวนตัวเลขอย่างน้อยปีละครั้ง

งานที่ Enersys ทำ

เราช่วยองค์กรวางฐานข้อมูลบน Odoo ERP ให้ข้อมูลด้านพลังงาน การจัดซื้อ การผลิต และบุคคล เก็บอยู่ในระบบเดียวที่ตรวจย้อนหลังได้ และใช้ PrivacyHub ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดด้านสังคมตาม PDPA อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ในบทความเรื่องการวางรากฐานข้อมูลก่อนทำรายงานความยั่งยืน และบทความเรื่องการทำ ESG ด้วยข้อมูลใน Odoo

ถ้าองค์กรของคุณทำเรื่องความยั่งยืนอยู่แล้ว แต่ยังรวบรวมข้อมูล ESG ด้วยมือทุกปี คุยกับทีม Enersys ได้ เราเริ่มจากดูว่าตัวชี้วัดแต่ละตัวอยู่ในระบบไหน

แหล่งข้อมูล

เลือกอ่านประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

เตรียมข้อมูล SET ESG Ratings ปี 2569: เมื่อการประเมินเปลี่ยนเป็น FTSE Russell ESG Scores

SET ESG Ratings แบบตอบแบบประเมินจบที่รอบปี 2568 ตั้งแต่ปี 2569 FTSE Russell ให้คะแนน ESG บริษัทจดทะเบียนไทยจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยสู่สาธารณะ บทความนี้สรุปว่าใครถูกประเมินอัตโนมัติ ช่องทางสมัครใจ ปฏิทินหนึ่งรอบ ผลปี 2568 และวิธีเตรียมข้อมูลให้ผู้ประเมินอ่านเจอ

อ่านบทความ

วางรากฐานข้อมูลก่อนเขียนรายงานความยั่งยืน: Building Block 7 ชั้นที่รองรับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดหวังให้งานความยั่งยืนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่วัดได้และเปิดเผยได้ บทความนี้แบ่งรากฐานข้อมูลที่องค์กรควรมีออกเป็น 7 ชั้น ตั้งแต่ธรรมาภิบาลข้อมูลไปจนถึงการรายงาน พร้อมตารางว่าแต่ละหัวข้อต้องใช้ข้อมูลอะไรและเริ่มจากตรงไหน

อ่านบทความ

เลือกโปรแกรม ESG สำหรับบริษัทจดทะเบียน: Excel, ระบบ ESG เฉพาะทาง, ESG ใน ERP หรือชั้นกำกับงาน

บริษัทจดทะเบียนไทยควรเลือกโปรแกรม ESG จากแหล่งข้อมูลต้นทาง หลักฐาน และขั้นอนุมัติ มากกว่าหน้าตารายงาน บทความนี้เทียบทางเลือกสี่แบบ ตั้งแต่ Excel ระบบ ESG เฉพาะทาง แอป ESG ใน ERP อย่าง Odoo ไปจนถึงชั้นกำกับงาน พร้อมเกณฑ์ที่ผูกกับค่าการปล่อยของ อบก. 56-1 One Report คะแนน FTSE Russell การทวนสอบ Scope 1 และ 2 และ PDPA

อ่านบทความ
ดูบทความทั้งหมดใน Insights

"Empowering Innovation,
Transforming Futures."

บอกเราว่างานส่วนไหนที่คุณต้องการปรับ