Skip to main content
ข่าวสาร

สคส. ออกแนวทาง PDPA สำหรับ AI ฉบับแรก: prompt, log และ AI agent อยู่ในขอบเขตแล้ว

ตุลาคม 2569 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเผยแพร่แนวทางการดำเนินการด้าน PDPA เกี่ยวกับการพัฒนาและใช้งาน AI ฉบับ 1.0 ครอบคลุม Generative AI และ Agentic AI สรุปว่าองค์กรที่ใช้แชตบอต ระบบค้นเอกสารด้วย AI หรือ AI agent ควรเช็กอะไรก่อนขยายการใช้งาน

PDPAPDPCAI GovernanceAgentic AIData PrivacyAI

สมมติว่าฝ่ายขายของคุณเริ่มใช้แชตบอตตอบลูกค้าบนเว็บ ฝ่ายบัญชีใช้ AI สรุปใบแจ้งหนี้ และทีมไอทีกำลังทดลอง AI agent ที่ดึงข้อมูลลูกค้าจากระบบหลังบ้านมาร่างอีเมลให้ ทั้งหมดนี้แตะข้อมูลส่วนบุคคล แต่ที่ผ่านมายังไม่มีเอกสารจากหน่วยงานที่กำกับ PDPA ที่บอกตรง ๆ ว่า PDPA ใช้กับงานแบบนี้อย่างไร

ตอนนี้มีแล้ว

เกิดอะไรขึ้น

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เผยแพร่เอกสาร "แนวทางการดำเนินการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์" ฉบับ 1.0 บนเว็บไซต์ เป็นไฟล์ PDF ยาว 80 หน้า

หน้าปกระบุว่าออกโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาศัยอำนาจตามมาตรา 16 (3) ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และจัดทำโดย สคส. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)

ก่อนหน้านี้ สคส. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแนวปฏิบัติเรื่องเดียวกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ฉบับนี้จึงเป็นเอกสารที่ผ่านขั้นร่างแล้ว ฐานเศรษฐกิจรายงานข่าวนี้เมื่อ 13 ตุลาคม และ Tilleke & Gibbins สรุปเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ 14 ตุลาคม

เอกสารเขียนไว้ชัดว่าเป็นคำแนะนำ ไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมาย และไม่ผูกพันในการพิจารณาความผิด แต่ตัว PDPA ที่แนวทางนี้อธิบายนั้นบังคับใช้อยู่แล้ว เอกสารนี้จึงบอกว่าหน่วยงานกำกับมองการใช้ AI ผ่านกฎหมายเดิมอย่างไร

สาระสำคัญ 5 ข้อจากบทสรุปผู้บริหาร

แนวทางครอบคลุม Analytic AI, Generative AI และ Agentic AI ตั้งแต่การวางแผน การเตรียมข้อมูล การฝึกโมเดล การนำไปใช้ จนถึงการยุติระบบ บทสรุปผู้บริหารสรุปไว้ 5 ข้อ

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลใน AI มีหลายรูปแบบกว่าที่คุ้นเคย คำสั่งที่พิมพ์เข้าไป (prompt) บันทึกการใช้งาน (log) ข้อมูลที่แปลงเป็นเวกเตอร์ (embedding) และผลลัพธ์ที่ AI สร้าง ล้วนอาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลถ้ายังระบุตัวบุคคลได้ทางตรงหรือทางอ้อม โมเดลที่ฝึกด้วยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้กลายเป็นข้อมูลนิรนามโดยอัตโนมัติ
  2. องค์กรต้องระบุให้ชัดว่าตนเป็นผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูลในแต่ละกิจกรรม โดยดูจากอำนาจตัดสินใจจริง ไม่ใช่ชื่อบทบาท และถ้าผู้ให้บริการ AI นำข้อมูลลูกค้าไปฝึกโมเดลของตัวเอง สถานะของผู้ให้บริการก็เปลี่ยนเป็นผู้ควบคุมข้อมูลอีกรายหนึ่ง
  3. ความยินยอมควรเป็นทางเลือกสุดท้าย องค์กรควรพิจารณาฐานทางกฎหมายตามมาตรา 24 หรือ 26 ให้ครบก่อน ถ้าใช้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายต้องทำ LIA ประกอบ เพราะถ้าพึ่งความยินยอมอย่างเดียว งานจึงสะดุดได้ทันทีเมื่อมีคนถอนความยินยอม
  4. โครงการ AI ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การตัดสินใจอัตโนมัติที่กระทบสิทธิของบุคคล หรือการใช้ข้อมูลอ่อนไหวฝึกโมเดล ควรประเมินผลกระทบ (DPIA) ก่อนเริ่ม พร้อมมาตรการเฉพาะทาง เช่น ตัวกรองขาเข้าและขาออก (guardrails) การจำกัดสิทธิ์ของ AI agent และระบบบันทึกที่ตรวจย้อนได้
  5. องค์กรต้องตอบสนองสิทธิของเจ้าของข้อมูล แม้เทคโนโลยีจะซับซ้อนก็ตาม การลบข้อมูลออกจากโมเดลทำได้ยากในทางเทคนิค แต่ไม่ได้ยกเว้นหน้าที่ตามกฎหมาย องค์กรควรออกแบบให้ลบได้ เช่น แยกข้อมูลไว้ในระบบค้นเอกสาร (RAG) และกรองผลลัพธ์ไว้ระหว่างรอปรับปรุงโมเดล

ส่วนที่พูดถึง AI agent โดยตรง

ส่วนที่ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยแนะนำว่า AI agent แต่ละตัวควรมีตัวตนที่ระบุและติดตามพฤติกรรมได้ มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลแบบละเอียด และมีกลไกตรวจว่า agent ทำงานแทนผู้ใช้คนไหน เพื่อให้หาผู้รับผิดชอบได้ถ้าเกิดข้อมูลรั่ว

เอกสารยังแนะนำให้ให้สิทธิ์ agent เท่าที่จำเป็น จำกัดสิทธิ์เขียนหรือแก้ข้อมูลในฐานข้อมูลที่อ่อนไหว ตรวจช่องทางเชื่อมต่อระหว่าง agent กับระบบอื่น เช่น Model Context Protocol (MCP) และให้รันโค้ดในพื้นที่จำกัด (sandbox) เพื่อลดความเสียหายถ้า agent ถูกโจมตีหรือทำงานผิด

ส่วนพนักงานทั่วไป แนวทางแนะนำให้มีนโยบายการใช้ AI ที่ระบุข้อห้ามชัดเจน ตัวอย่างที่ยกไว้คือห้ามใส่ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าลงใน prompt ของแชตบอตสาธารณะ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับธุรกิจไทย

หลายองค์กรเริ่มใช้ AI ผ่านบริการจากต่างประเทศโดยไม่ได้มองว่าเป็นงานประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล แนวทางนี้บอกว่า prompt และ log ก็นับ และถ้าผู้ให้บริการเก็บหรือใช้ข้อมูลในศูนย์ข้อมูลต่างประเทศที่คนอื่นเข้าถึงได้ ก็อาจถือเป็นการส่งข้อมูลไปต่างประเทศที่ต้องทำตามมาตรา 28 และ 29

เรื่องที่มีกำหนดเวลาก็ยังเหมือนเดิม การแจ้งเหตุข้อมูลรั่วต่อ สคส. ต้องทำภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุตามมาตรา 37 (4) ซึ่งทำได้ยากมากถ้าระบบ AI ไม่มีบันทึกว่าใครถามอะไรและ AI ตอบอะไรออกไป

สิ่งที่ควรทำหรือถามในทีม

เอกสารมี 6 คำถามที่คณะกรรมการและผู้บริหารควรถามฝ่ายจัดการก่อนอนุมัติโครงการ AI เราย่อเป็นรายการตรวจที่เริ่มได้เลย

  1. เราเป็นผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูลในโครงการนี้ และสัญญากับผู้ให้บริการ AI ระบุหรือยังว่าห้ามนำข้อมูลของเราไปฝึกโมเดล
  2. ฐานทางกฎหมายที่ใช้คืออะไร ถ้าเป็นประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย มี LIA เป็นเอกสารหรือยัง
  3. โครงการนี้เข้าเกณฑ์เสี่ยงสูงที่ต้องทำ DPIA หรือไม่
  4. มีคนที่มีอำนาจกลับคำตัดสินของระบบได้จริง ในจุดที่กระทบสิทธิของบุคคลหรือไม่
  5. ถ้าลูกค้าขอดูหรือขอลบข้อมูล เราทราบไหมว่าข้อมูลของเขาอยู่ใน prompt, log หรือฐานข้อมูลเวกเตอร์ตรงไหน
  6. ถ้าข้อมูลรั่วผ่าน AI เรามี log และแผนรับมือที่แจ้ง สคส. ได้ทันใน 72 ชั่วโมงหรือไม่

ภาคผนวกของเอกสารมีรายการตรวจสอบแยกสำหรับฝั่งพัฒนา AI และฝั่งใช้ AI ทีม DPO ใช้ประเมินความพร้อมเบื้องต้นได้ทันที

งานที่ Enersys ทำ

เราพัฒนาและดูแลซอฟต์แวร์ธุรกิจมา 14 ปี และทำงานด้าน AI กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบบ PrivacyHub ของเรามีระบบรับและติดตามคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ถ้าองค์กรของคุณกำลังใช้แชตบอตหรือ AI agent กับข้อมูลลูกค้า และอยากไล่ดูว่าข้อมูลไหลไปที่ใด ใครเข้าถึงได้ และจะตอบคำขอใช้สิทธิอย่างไร คุยกับทีม Enersys ได้

แหล่งข้อมูล

บทความที่เกี่ยวข้อง

AI ที่เขียนโค้ดได้ต้องมีขอบเขต: GitHub เปิด sandbox ให้ coding agent และ Google หยุดขาย Gemini Code Assist

สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม 2569 GitHub เปิดให้จำกัดสิ่งที่ AI coding agent เข้าถึงได้ในเครื่องนักพัฒนา และให้องค์กรคุมค่าใช้จ่ายการรีวิวโค้ดด้วย AI ส่วน Google หยุดขาย Gemini Code Assist รุ่น Standard และ Enterprise สรุปว่าธุรกิจที่จ้างหรือมีทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ควรถามอะไร

AIS x สภา SME เปิดตัว ProStart — Digital + AI Bundle พร้อมลดภาษี 200% ที่ SME ไทยห้ามพลาด

AIS จับมือสภา SME ไทยเปิดตัว ProStart แพ็กเกจ AI + Digital สำหรับ SME พร้อมสิทธิ์ลดภาษี 200% สูงสุด ฿300,000 — โอกาสทองที่มีเวลาถึงแค่สิ้นปี 2027

Anthropic แตะ $30B ARR — สัญญาณชัดว่า Enterprise AI ผ่านจุด Tipping Point แล้ว

Anthropic โตจาก $9B เป็น $30B run rate ในเวลาแค่ 4 เดือน มีลูกค้าองค์กรเกิน 1,000 รายที่จ่ายมากกว่า $1M ต่อปี — นี่ไม่ใช่ hype อีกต่อไป แต่คือหลักฐานว่า Enterprise AI มี ROI จริง และธุรกิจไทยต้องตัดสินใจภายในปีนี้ว่าจะลงมือเมื่อไหร่

"Empowering Innovation,
Transforming Futures."

บอกเราว่างานส่วนไหนที่คุณต้องการปรับ