Skip to main content
ข่าวสาร

สรรพากรออกเกณฑ์ให้ SME ซื้อซอฟต์แวร์ในบัญชี depa หักรายจ่ายเพิ่มสูงสุด 3 แสนบาท

ประกาศสรรพากรฉบับที่ 469 กำหนดเงื่อนไขสิทธิภาษีดิจิทัลของ SME ต้องตรวจผู้ขายและรายการในบัญชี depa ก่อนซื้อ พร้อมตัวอย่างบัญชีและกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50

11 ต.ค. 20266 นาทีกรมสรรพากรและ depa
SMEภาษีdepaซอฟต์แวร์

SME ที่ซื้อซอฟต์แวร์เข้าเกณฑ์อาจนำรายจ่ายมาลดฐานภาษีได้เพิ่มอีกเท่าตัว แต่ต้องตรวจ ผู้ขายและรายการสินค้า/บริการในบัญชี depa ก่อนซื้อ จ้างทำ หรือเริ่มใช้บริการ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 469 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 กำหนดเงื่อนไขการใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 802 วงเงินเพิ่มเติมสูงสุด 300,000 บาทต่อรอบบัญชี เป็นสิทธิลดฐานภาษี ไม่ใช่เงินคืน 300,000 บาท

ตาม พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 802 ผู้ซื้อที่ใช้สิทธิได้ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มี ทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าและบริการในรอบนั้นไม่เกิน 30 ล้านบาท ผู้ซื้อไม่ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เอง ตาม คำอธิบายของหน่วยงาน

ตรวจรายการก่อนซื้อ แล้วแยกบัญชีกับสิทธิภาษี

กฎหมายครอบคลุมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัลที่ใช้บริหารธุรกิจและสร้างหรือพัฒนาในไทย โดยผู้ขายหรือผู้ให้บริการ และรายการที่ซื้อจริง ต้องผ่านทะเบียนก่อนทำธุรกรรม ไม่ใช่เพียงเลือกแบรนด์ที่เคยขึ้นทะเบียน ประกาศฉบับที่ 469 ไม่รวมค่าบำรุงรักษารายปีและค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง

สำหรับซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ที่ซื้อหรือจ้างทำเป็นทรัพย์สิน ต้องเป็นของใหม่ เข้าเงื่อนไขหักค่าเสื่อมตามมาตรา 65 ทวิ (2) และได้มาในสภาพพร้อมใช้ภายในสิ้นรอบบัญชีที่จ่าย ต้องตรวจเงื่อนไขไม่ใช้สิทธิซ้ำและไม่ใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมายที่พระราชกฤษฎีการะบุด้วย

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสมมติฐาน ว่าบริษัท รายการที่ซื้อ และหลักฐานผ่านทุกเงื่อนไข รวมถึงเข้าเกณฑ์อัตรา SME ที่ยกเว้นกำไร 300,000 บาทแรกและคิด 15% สำหรับส่วนเกิน 300,000 บาทถึง 3 ล้านบาท ทั้งสองกรณีมีกำไรสุทธิทางภาษีหลังรายจ่ายหรือค่าตัดจำหน่ายปกติที่กฎหมายยอมรับแล้ว แต่ก่อนสิทธิพิเศษ เท่ากับ 1,000,000 บาท ตัวเลขละ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายของรายการซื้อไว้

รายการตัวอย่าง A: บริการซอฟต์แวร์ B: ซื้อซอฟต์แวร์เป็นสินทรัพย์ใหม่
รายจ่ายที่จ่ายจริงและเข้าเกณฑ์ เดือนละ 10,000 บาทตลอดปี รวม 120,000 บาท ซื้อและจ่าย 240,000 บาท พร้อมใช้ 1 ม.ค. 2569
การบันทึกบัญชี แต่ละเดือนเดบิตค่าใช้บริการ 10,000 / เครดิตธนาคาร 10,000 บาท เดบิตสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ 240,000 / เครดิตธนาคาร 240,000 บาท แล้วบันทึกค่าตัดจำหน่ายตามเกณฑ์ที่ใช้
การปรับลดฐานภาษีเพิ่มเติม หักเพิ่ม 120,000 บาท หักเพิ่ม 240,000 บาทในรอบที่จ่าย เมื่อครบเงื่อนไข
ฐานภาษีหลังสิทธิพิเศษ 880,000 บาท 760,000 บาท
ภาษีก่อนเครดิต: ไม่ใช้สิทธิ → ใช้สิทธิ 105,000 → 87,000 บาท 105,000 → 69,000 บาท
ภาษีลดลงตามสมมติฐาน 18,000 บาท 36,000 บาท

กรณี B หากสมมติอายุใช้งานทางบัญชี 3 ปี ใช้วิธีเส้นตรง ไม่มีมูลค่าคงเหลือ และพร้อมใช้ตั้งแต่วันแรกของรอบ ค่าตัดจำหน่ายปีแรกคือ 80,000 บาท บันทึกเดบิตค่าตัดจำหน่าย / เครดิตค่าตัดจำหน่ายสะสม อายุ 3 ปีเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่อัตราที่กำหนดให้ทุกบริษัท ต้องพิจารณา มาตรฐานบัญชีที่กิจการใช้ และ เกณฑ์ภาษีตามมาตรา 65 ทวิ (2) แยกกัน

สิทธิเพิ่มไปอยู่ในการคำนวณภาษี ไม่ใช่เดบิตค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์ซ้ำ หากรายจ่ายเข้าเกณฑ์รวม 420,000 บาท สิทธิเพิ่มยังจำกัดที่ 300,000 บาทต่อรอบ ภาษี 105,000 / 87,000 / 69,000 บาทในตารางเป็นยอด ก่อนหักเครดิตภาษี เช่น ภ.ง.ด.51 และภาษีหัก ณ ที่จ่าย จึงไม่ใช่ยอดจ่ายเพิ่มตอนยื่นทุกกรณี อัตราและการคำนวณภาษีของกรมสรรพากร

การ์ตูนหกช่อง: ตรวจเงื่อนไข ตรวจทะเบียนก่อนซื้อ ซื้อและเก็บหลักฐาน บันทึกบัญชี คำนวณภาษี และยื่น ภ.ง.ด.50

ภาพประกอบสร้างขึ้นด้วย AI เพื่ออธิบายลำดับตรวจสอบ ไม่ใช่การรับรองสิทธิทางภาษี ภาพหน้าจอและเอกสารในภาพเป็นภาพสมมติ

ยื่นเมื่อไร และสองเรื่องที่ต้องสอบถามก่อนใช้สิทธิ

ช่วงรายจ่ายตามพระราชกฤษฎีกาคือ 24 มิถุนายน 2568–31 ธันวาคม 2570 แต่ประกาศฉบับที่ 469 ระบุเพิ่มเติมว่ารายจ่ายต้องจ่ายในรอบบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2568 หากรอบบัญชีเริ่มก่อนวันดังกล่าวแต่จ่ายเงินภายหลัง ต้องตรวจสิทธิกับกรมสรรพากร ไม่ควรสรุปว่าใช้ได้แน่นอน

อีกเรื่องคือ เครื่องคอมพิวเตอร์ พระราชกฤษฎีการะบุไม่รวมเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ประกาศฉบับที่ 469 ใช้ถ้อยคำว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุมัติขึ้นทะเบียน ในคำอธิบายทั่วไปจึงไม่ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าเกณฑ์ หากพบรุ่นขึ้นทะเบียนจริง ควรสอบถามกรมสรรพากรถึงความต่างของถ้อยคำก่อนใช้สิทธิ

ช่วงเวลา: ตัวอย่างรอบ 1 ม.ค.–31 ธ.ค. 2569 สิ่งที่ต้องทำ
ก่อนซื้อและระหว่างปี ตรวจทะเบียนก่อนทำธุรกรรม เก็บใบกำกับภาษี สัญญา หลักฐานจ่ายและการใช้งาน
ภายในวันสิ้นรอบและหลังปิดบัญชี ทรัพย์สินที่ซื้อ/จ้างทำต้องพร้อมใช้ภายในสิ้นรอบ ทำรายงานประเภทสินค้า/บริการ ลักษณะการใช้ และวันที่พร้อมใช้ เก็บ ณ สถานประกอบการพร้อมหลักฐาน
ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบ ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมใบแนบสิทธิที่เกี่ยวข้อง วันที่ 150 ของตัวอย่างคือ 30 พ.ค. 2570 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ จึงคาดเป็นวันจันทร์ 31 พ.ค. 2570 หากไม่มีวันหยุดเพิ่มเติม ต้องยืนยันปฏิทินจริงก่อนยื่น

กำหนด 150 วันอ้างอิง กรมสรรพากร และการเลื่อนไปวันทำการตาม คำสั่ง ป.117/2545 ส่วน ประกาศขยายเวลายื่นออนไลน์ที่ตรวจได้ ครอบคลุมกำหนดตามกฎหมายถึง 31 มกราคม 2570 จึงยังไม่บวก 8 วันให้ตัวอย่างที่ครบกำหนดในพฤษภาคม 2570 ต้องตรวจประกาศใหม่เมื่อใกล้ยื่น

ผู้ประกอบการที่กำลังวางงบซื้อระบบจึงควรให้ทีมบัญชีตรวจทะเบียน รายการในสัญญา และรอบที่จ่ายก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ซื้อแล้วค่อยตรวจสิทธิภายหลัง บทความนี้อธิบายหลักเกณฑ์และตัวอย่าง ณ 11 ตุลาคม 2569 ไม่รับรองสิทธิของบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ใด

บทความที่เกี่ยวข้อง

AI ที่เขียนโค้ดได้ต้องมีขอบเขต: GitHub เปิด sandbox ให้ coding agent และ Google หยุดขาย Gemini Code Assist

สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม 2569 GitHub เปิดให้จำกัดสิ่งที่ AI coding agent เข้าถึงได้ในเครื่องนักพัฒนา และให้องค์กรคุมค่าใช้จ่ายการรีวิวโค้ดด้วย AI ส่วน Google หยุดขาย Gemini Code Assist รุ่น Standard และ Enterprise สรุปว่าธุรกิจที่จ้างหรือมีทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ควรถามอะไร

AIS x สภา SME เปิดตัว ProStart — Digital + AI Bundle พร้อมลดภาษี 200% ที่ SME ไทยห้ามพลาด

AIS จับมือสภา SME ไทยเปิดตัว ProStart แพ็กเกจ AI + Digital สำหรับ SME พร้อมสิทธิ์ลดภาษี 200% สูงสุด ฿300,000 — โอกาสทองที่มีเวลาถึงแค่สิ้นปี 2027

Anthropic แตะ $30B ARR — สัญญาณชัดว่า Enterprise AI ผ่านจุด Tipping Point แล้ว

Anthropic โตจาก $9B เป็น $30B run rate ในเวลาแค่ 4 เดือน มีลูกค้าองค์กรเกิน 1,000 รายที่จ่ายมากกว่า $1M ต่อปี — นี่ไม่ใช่ hype อีกต่อไป แต่คือหลักฐานว่า Enterprise AI มี ROI จริง และธุรกิจไทยต้องตัดสินใจภายในปีนี้ว่าจะลงมือเมื่อไหร่

"Empowering Innovation,
Transforming Futures."

บอกเราว่างานส่วนไหนที่คุณต้องการปรับ