พนักงานขายถาม AI ว่า "สินค้ารุ่นนี้มีพอส่งวันศุกร์ไหม" AI อ่าน ERP แล้วตอบว่ามี 120 ชิ้น คำตอบดูชัดเจน แต่ถ้า 80 ชิ้นถูกจองให้คำสั่งซื้ออื่น และอีก 20 ชิ้นที่ไม่ได้อยู่ในยอดจองกำลังรอตรวจรับ พนักงานขายยังรับปากลูกค้าไม่ได้
ปัญหานี้เกิดขึ้นได้แม้การเชื่อมต่อจะทำงานถูกต้องทุกขั้น ระบบส่งตัวเลขที่ขอมาแล้ว แต่คำถามของคนกับความหมายของตัวเลขยังไม่ตรงกัน
ตอนแรกของชุดนี้ แยกโปรโตคอล มาตรฐาน และโอเพนซอร์ส เพื่อถามว่างานที่บริษัทลงทุนไว้จะย้ายตามไปได้แค่ไหน ตอนนี้เราจะตามคำถามเรื่องสินค้าพร้อมส่งลงไปถึงจุดเชื่อม ERP ว่า AI อ่านข้อมูลอะไร ผ่านทางไหน และอ่านแล้วมีสิทธิ์ทำอะไรต่อ เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องเขียน API เอง แต่ควรตัดสินใจเรื่องเหล่านี้ร่วมกับคนขาย คลังสินค้า และทีมระบบก่อนเริ่มทดลอง
API เปิดทางให้เรียกข้อมูล ส่วนเครื่องมือกำหนดสิ่งที่ AI เรียกใช้
ในโครงการเชื่อม ERP ทีมอาจใช้ API ของระบบเดิมเป็นทางอ่านข้อมูลหรือส่งคำสั่ง แล้วสร้างเครื่องมือให้ AI เรียกใช้อีกชั้นหนึ่ง เช่น เครื่องมือค้นหาสินค้า หรือเครื่องมือตรวจจำนวนที่พร้อมจัดสรร ชื่อเครื่องมือ ข้อมูลที่ต้องส่งเข้า และผลลัพธ์ที่ส่งกลับจึงมีผลต่อสิ่งที่ AI จะเข้าใจ
Model Context Protocol หรือ MCP เป็นทางเลือกสำหรับจัดรูปแบบการเชื่อมเครื่องมือกับแอปพลิเคชัน AI เอกสารของโครงการอธิบายว่าเซิร์ฟเวอร์สามารถเปิดเครื่องมือที่มีชื่อและคำอธิบายโครงสร้างข้อมูลให้โมเดลเรียกใช้ เพื่อทำงานกับระบบภายนอก เช่น เรียก API หรือค้นฐานข้อมูลได้ ข้อกำหนด MCP เรื่อง Tools
สำหรับผู้ใช้ ผลที่ต้องการอาจเป็นเพียง "ถามจำนวนสินค้าพร้อมส่งแล้วได้คำตอบที่ตรวจสอบได้" ส่วนทีมเทคนิคต้องเลือกว่าจะเรียก API โดยตรงผ่านเครื่องมือของแอปพลิเคชัน หรือเพิ่ม MCP เพื่อรองรับแอปพลิเคชันและเครื่องมือที่ต้องใช้ร่วมกัน ทางเลือกนี้ควรตามงานและระบบที่มีอยู่ หากมีแอปพลิเคชันเดียวและ API ที่ชัดเจนอยู่แล้ว ก็ควรประเมินต้นทุนดูแลส่วนเชื่อมต่อเพิ่มก่อน
MCP กำหนดวิธีแลกเปลี่ยนบริบท แต่ไม่ได้กำหนดว่าแอปพลิเคชันต้องใช้โมเดลหรือตีความบริบทอย่างไร สถาปัตยกรรม MCP ดังนั้นการเชื่อมสำเร็จจึงยังต้องตามด้วยการตรวจว่าคำตอบตรงกับกติกาของกิจการหรือไม่
ก่อนสร้างเครื่องมือ ให้เขียนคำถามที่คนทำงานต้องตอบ
ลองเริ่มจากคำถามที่ฝ่ายขายใช้จริงหนึ่งข้อ แล้วให้ผู้ดูแลคลังอธิบายว่าเขาต้องดูอะไรบ้างก่อนตอบ "ส่งได้" บางบริษัทต้องหักยอดจอง บางบริษัทต้องดูคลังที่รับผิดชอบลูกค้า บางแห่งต้องรอผลตรวจคุณภาพหรือวันขนส่ง
ทีมจึงควรระบุให้ตรงกันว่า จำนวนพร้อมจัดสรรคิดจากรายการใด ข้อมูลอัปเดตเมื่อไร ใช้หน่วยนับอะไร และครอบคลุมบริษัทหรือคลังใด ถ้า ERP ไม่มีข้อมูลวันส่งที่เชื่อถือได้ เครื่องมือก็ควรตอบส่วนที่มีหลักฐานและบอกว่าส่วนใดยังต้องให้คนตรวจ
ข้อเสนอนี้ช่วยให้เปรียบเทียบเครื่องมือสองแบบได้ง่ายขึ้น เครื่องมือที่รับคำสั่งค้นข้อมูลทั่วไปให้อิสระสูง แต่คนตรวจต้องตามให้ทันว่า AI เลือกข้อมูลชุดใด ส่วนเครื่องมือที่รับรหัสสินค้า คลัง และวันอ้างอิงอย่างชัดเจน จะจำกัดงานมากขึ้น แลกกับการตรวจความหมายและผลลัพธ์ที่ง่ายกว่า สำหรับโครงการเริ่มต้น ผมให้น้ำหนักกับขอบเขตที่ตรวจได้ก่อน
คำว่า "อ่านอย่างเดียว" ก็ควรมีรายละเอียด AI ควรอ่านเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อคำถาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายอาจต้องเห็นจำนวนสินค้าและสถานะการจัดสรร โดยไม่ต้องเห็นต้นทุนหรือข้อมูลของอีกบริษัทในกลุ่ม การให้สิทธิ์อ่านจึงควรทดสอบด้วยบัญชีและขอบเขตข้อมูลที่จะใช้จริง
ข้อกำหนด MCP ระบุว่าการรองรับ authorization เป็นทางเลือกสำหรับแต่ละ implementation และอธิบายกระบวนการสำหรับการเชื่อมผ่าน HTTP ส่วนการเชื่อมแบบ STDIO ใช้แนวทางรับข้อมูลรับรองจากสภาพแวดล้อมแทน แต่อำนาจอนุมัติส่วนลด วงเงิน หรือการจองสินค้าของกิจการยังต้องออกแบบในระบบและกระบวนการทำงานขององค์กรเอง MCP Authorization

