Skip to main content
ข่าวสาร

Cloudflare กับ OpenAI ทดลองช่วย AI ค้นพบหน้าเว็บ ธุรกิจควรวัดอะไร

Cloudflare เผยผลเบื้องต้นของโครงการทดลองกับ OpenAI ที่ช่วยค้นพบหน้าเว็บเพิ่มขึ้น แต่การถูกค้นพบยังไม่เท่ากับการได้ลูกค้า ชวนตรวจหน้าเว็บจริงและวัดผลต่อธุรกิจอย่างระมัดระวัง

AICloudflareSEOGEOContent Strategy
ภาพประกอบสร้างด้วย AI แสดงมือผู้จัดทำเว็บไซต์กำลังเทียบหน้าสินค้าบนกระดาษกับหน้าเว็บจำลองบนแล็ปท็อป
ภาพประกอบสร้างด้วย AI ของการตรวจเนื้อหาเว็บไซต์ ไม่ใช่ภาพทีมงาน Enersys ลูกค้า หรือผลการทดลองจริง

หน้าคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยอาจมีคำตอบละเอียดอยู่แล้ว แต่ถ้าระบบค้นหาไม่รู้ว่าหน้านั้นมีอยู่ คำตอบก็ไม่มีโอกาสถูกพิจารณา โครงการทดลองระหว่าง Cloudflare กับ OpenAI กำลังทดสอบว่าสัญญาณจากเครือข่ายจะช่วยให้ระบบค้นพบหน้าเว็บที่อาจมีประโยชน์ได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 Cloudflare เผยผลเบื้องต้น ของโครงการที่เริ่มในเดือนกรกฎาคม โดยระบุว่ากลุ่มเว็บไซต์ที่เข้าร่วมมีขนาดประมาณ 1% ของเครือข่าย Cloudflare และช่วยให้ OpenAI ค้นพบและนำหน้าเว็บใหม่หลายร้อยล้านหน้าเข้าสู่ดัชนีค้นหา ตัวเลขนี้เป็นรายงานจากผู้ดำเนินโครงการ ยังไม่ใช่จำนวนการอ้างอิงในคำตอบ ยอดเข้าชม หรือยอดขายของเจ้าของเว็บไซต์

เรื่องนี้ต่างจากคู่มือ SEO และ AEO ภาพรวมของเรา ตรงที่ข่าวใหม่พูดถึง ขั้นค้นพบ URL โดยตรง ไม่ได้ประกาศสูตรจัดอันดับสำหรับ ChatGPT

จากพบหน้าเว็บไปถึงลูกค้ายังมีหลายขั้น

Cloudflare อธิบายว่าใช้สัญญาณจากเครือข่ายเพื่อช่วยหาหน้าเว็บที่ควรเข้าไปดู เช่น หน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงจริง หรือหน้าที่มีโอกาสเป็นประโยชน์ต่อคำถาม แทนการดึงทุกหน้าใหม่ซ้ำ ๆ โครงการยังพยายามตัด URL ที่ไม่มีหน้าอยู่จริง หน้าเปลี่ยนเส้นทางผิดปกติ และเนื้อหาซ้ำออกก่อนส่งให้ระบบค้นหา รายละเอียดอยู่ในรายงานผลทดลอง

การค้นพบเป็นเพียงจุดเริ่มต้น OpenAI ยังประเมินและจัดอันดับหน้าเว็บเองตามความเกี่ยวข้องและประโยชน์ Cloudflare ไม่ได้ระบุว่าหน้าเว็บที่ถูกค้นพบทุกหน้าจะปรากฏในคำตอบ ChatGPT หรือได้รับลิงก์กลับมา อีกทั้งระบุว่าขั้นต่อไปของการทดลองคือวัดว่าการค้นพบที่ดีขึ้นนำไปสู่ผลทางธุรกิจจริงอย่างไร นั่นหมายความว่ายังไม่มีผลวัดดังกล่าวในประกาศนี้

โครงการเริ่มต้นใน ประกาศเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมุ่งทดสอบว่าข้อมูลความสดใหม่และการเปลี่ยนแปลงของหน้าเว็บช่วยการค้นหาได้เพียงใด การเผยผลเดือนตุลาคมจึงเป็นผลเบื้องต้นของการทดลอง ไม่ใช่บริการที่รับประกันการจัดอันดับให้เว็บไซต์ทั่วไป

ตรวจหนึ่งเส้นทางของลูกค้าก่อนเพิ่มเนื้อหา

สำหรับธุรกิจที่มีหลายหน้าสินค้า คู่มือ หรือคำถามที่พบบ่อย ลองเลือกคำถามจริงที่ฝ่ายขายหรือฝ่ายบริการได้รับสักหนึ่งข้อ แล้วไล่ดูหน้าเว็บที่ควรตอบคำถามนั้น

  1. เข้าถึงได้หรือไม่ เปิด URL จากภายนอกโดยไม่ต้องล็อกอิน ตรวจว่าแสดงเนื้อหาจริง ไม่พาไปหน้าแรกทุกกรณี และไม่มีหน้าเก่าหรือหน้าซ้ำที่ทำให้สับสน ดูนโยบาย robots.txt และกฎบอตของเว็บไซต์ด้วย อย่าเปิดหน้าเอกสารภายในเพียงเพื่อหวังให้ AI ค้นพบ
  2. ให้คำตอบที่ตรวจสอบได้หรือไม่ ระบุรุ่นสินค้า ขอบเขตบริการ วันที่อัปเดต หรือข้อจำกัดที่ลูกค้าต้องรู้ ใช้ข้อมูลจากผู้รับผิดชอบงานจริง และมีลิงก์ไปยังเอกสารต้นทางเมื่ออ้างข้อเท็จจริง หน้าที่เขียนกว้าง ๆ ซ้ำกับคู่แข่งอาจถูกค้นพบ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
  3. เกิดผลอะไรหลังถูกพบ ติดตามการเข้าชมจากแหล่งอ้างอิงที่เครื่องมือวิเคราะห์แสดงได้ และดูว่าผู้เข้าชมทำสิ่งที่เกี่ยวกับงานต่อหรือไม่ เช่น เปิดหน้าติดต่อ ดาวน์โหลดข้อมูลที่ตั้งใจให้สาธารณะ หรือส่งคำถามที่ระบุความต้องการจริง แยกจำนวนบอตเข้ามาอ่านออกจากจำนวนคนที่ติดต่อ เพราะสองอย่างนี้ไม่ใช่ผลลัพธ์เดียวกัน

ถ้าเว็บไซต์ใช้ Cloudflare เจ้าของโดเมนสามารถใช้ AI Crawl Control ดูการเข้าถึงจากบริการ AI และเลือกอนุญาตหรือบล็อก crawler เป็นรายตัวได้ Cloudflare ระบุด้วยว่าสัญญาณที่ช่วยค้นพบหน้าเว็บไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาโดยอัตโนมัติ โครงการนี้ใช้ metadata เพื่อการค้นหา ไม่ใช่การส่งเนื้อหาหน้าเว็บไปฝึกโมเดล ตาม คำอธิบายของ Cloudflare เจ้าของเว็บยังต้องเลือกนโยบายการเข้าถึงตามสิทธิ์และเป้าหมายของตน

สิ่งที่ควรทำตอนนี้จึงไม่ใช่เพิ่มบทความจำนวนมากเพื่อไล่ตามข่าว แต่ทำให้หน้าที่ลูกค้าต้องใช้ตอบคำถามได้จริง เข้าถึงได้ตามที่เจ้าของเว็บตั้งใจ และมีวิธีวัดว่าการค้นพบนั้นพาคนมาทำอะไรต่อ หากภายหลังมีข้อมูลเรื่องการอ้างอิงและผลธุรกิจจากโครงการทดลอง จึงค่อยประเมินว่าจะเปลี่ยนแผนลงทุนเนื้อหาเพียงใด

ภาพประกอบสร้างด้วย AI สำหรับบทความนี้ ไม่ใช่ภาพผู้เข้าร่วมโครงการทดลองจริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

AI ที่เขียนโค้ดได้ต้องมีขอบเขต: GitHub เปิด sandbox ให้ coding agent และ Google หยุดขาย Gemini Code Assist

สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม 2569 GitHub เปิดให้จำกัดสิ่งที่ AI coding agent เข้าถึงได้ในเครื่องนักพัฒนา และให้องค์กรคุมค่าใช้จ่ายการรีวิวโค้ดด้วย AI ส่วน Google หยุดขาย Gemini Code Assist รุ่น Standard และ Enterprise สรุปว่าธุรกิจที่จ้างหรือมีทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ควรถามอะไร

AIS x สภา SME เปิดตัว ProStart — Digital + AI Bundle พร้อมลดภาษี 200% ที่ SME ไทยห้ามพลาด

AIS จับมือสภา SME ไทยเปิดตัว ProStart แพ็กเกจ AI + Digital สำหรับ SME พร้อมสิทธิ์ลดภาษี 200% สูงสุด ฿300,000 — โอกาสทองที่มีเวลาถึงแค่สิ้นปี 2027

Anthropic แตะ $30B ARR — สัญญาณชัดว่า Enterprise AI ผ่านจุด Tipping Point แล้ว

Anthropic โตจาก $9B เป็น $30B run rate ในเวลาแค่ 4 เดือน มีลูกค้าองค์กรเกิน 1,000 รายที่จ่ายมากกว่า $1M ต่อปี — นี่ไม่ใช่ hype อีกต่อไป แต่คือหลักฐานว่า Enterprise AI มี ROI จริง และธุรกิจไทยต้องตัดสินใจภายในปีนี้ว่าจะลงมือเมื่อไหร่

"Empowering Innovation,
Transforming Futures."

บอกเราว่างานส่วนไหนที่คุณต้องการปรับ