สรุปสั้น
ตัวเลข AI adoption ของไทยปัจจุบันอยู่ที่ 10.7% เทียบกับ Singapore ที่ราว 69% Vietnam ที่ 23% และค่าเฉลี่ยโลกที่ราว 16% รัฐบาลไทยพยายามปิดช่องว่างนี้ผ่านโครงการ TH-AI Passport มูลค่าเกิน 1.6 พันล้านบาท
โครงการเป็นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ตั้งเป้าให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 5 ล้านคน เข้าถึง AI ระดับมืออาชีพผ่าน entitlement กลางที่รวม 12 แพลตฟอร์ม 24-25 โมเดล สัญญาถูกเซ็นเมื่อ 7 เมษายน 2026 และเปิดลงทะเบียนสาธารณะ 5 มิถุนายน 2026 หนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า
เป้าหมายเชิงนโยบายคือยก adoption จาก 10.7% เป็น 23% หรือเทียบเท่า Vietnam ในปัจจุบัน
โครงการเผชิญข้อวิจารณ์เรื่องความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง อดีตนายกฯ Abhisit Vejjajiva ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบ และ Bangkok Post เผยแพร่บทวิเคราะห์เรื่องความเสี่ยงต่อการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ
บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงของโครงการ ข้อวิจารณ์ และมุมที่เจ้าของธุรกิจไทยควรอ่านสัญญาณนี้
ตัวเลขที่อยู่เบื้องหลังโครงการ
ก่อนจะพูดถึงตัวโครงการ ดูตัวเลขที่อยู่เบื้องหลัง
จากข้อมูล Global AI Adoption 2024 สัดส่วนของแรงงานที่เข้าถึง AI tool ในแต่ละประเทศ
- Singapore ราว 69%
- Vietnam ราว 23%
- ค่าเฉลี่ยโลกราว 16%
- Thailand ราว 10.7%
ช่องว่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดูครั้งเดียวแล้วผ่าน ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ความสามารถในการเข้าถึง AI ของแรงงานในประเทศ มีผลต่อ productivity ของธุรกิจ โครงสร้างของอุตสาหกรรม และความสามารถในการแข่งขันโดยรวม
ในมุมของ MDES ตัวเลข 10.7% เป็นตัวบ่งบอกความเร่งด่วน Vietnam ที่อยู่ห่างจาก Singapore ไม่ใกล้ก็แซงไทยในมิตินี้ และยังเติบโตเร็วกว่าในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ถ้าไทยปล่อยให้ช่องว่างกว้างต่อ การไหลของ tech investment ในภูมิภาคจะเลือกเส้นทางอื่น
TH-AI Passport คืออะไร
TH-AI Passport เป็นโครงการให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับมืออาชีพผ่าน entitlement หรือบัตรเข้าใช้ในรูปแบบดิจิทัล
ลักษณะของโครงการ
- เจ้าของโครงการคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES)
- งบประมาณรวมเกิน 1.6 พันล้านบาท
- กลุ่มเป้าหมายคือคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 5 ล้านคน
- ครอบคลุม 12 แพลตฟอร์ม รวมโมเดล AI ราว 24-25 ตัว
- รวม subscription ของ AI ระดับ professional ในแบบ centralised
- ลงทะเบียนเริ่ม 5 มิถุนายน 2026
ตัวเลข 5 ล้านคน เทียบกับขนาดแรงงานไทยที่ราว 40 ล้านคน คือสัดส่วนประมาณ 12.5% โครงการเดียวจึงไม่ได้ปิดช่องว่างทั้งหมด แต่เป็นการเพิ่ม base ผู้เข้าถึงในจังหวะที่จำเป็น
สัญญาโครงการเซ็นเมื่อ 7 เมษายน 2026 หลังกระบวนการประมูลที่มีบริษัทเอกชนสามรายเข้าร่วม
ข้อวิจารณ์
โครงการเผชิญข้อวิจารณ์จากหลายมุม
หนึ่ง ความโปร่งใสในการประมูล อดีตนายกรัฐมนตรี Abhisit Vejjajiva ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก โดยตั้งคำถามเรื่อง specification ที่บางส่วนถูกตีความว่าออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ขายเฉพาะราย ฝั่งรัฐมนตรียืนยันว่ากระบวนการเป็นไปตามกฎหมาย
สอง ความเสี่ยงต่อการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ Bangkok Post เผยแพร่บทวิเคราะห์ว่าโครงการที่มอบ entitlement ให้ใช้ AI จากต่างประเทศจำนวนมาก โดยไม่มีกลไกพัฒนาโมเดลภาษาไทยของตัวเองคู่ขนาน อาจสร้าง dependency ระยะยาวที่ไทยควบคุมได้ยาก
สาม คำถามเชิงนโยบาย การให้เครื่องมือไม่ได้แปลว่าคนใช้เป็น โครงการขนาดใหญ่ลักษณะนี้ ในประเทศอื่นที่เคยทดลอง ตัวเลข engagement หลังลงทะเบียน มักต่ำกว่าตัวเลข lookup register หลายเท่า ถ้า TH-AI Passport ไม่มีโครงสร้างการพัฒนาทักษะรับ ผลที่ได้อาจเป็นการสมัครจำนวนมากแต่ใช้น้อย
ในจุดที่บทความนี้เขียน รัฐมนตรียืนยันว่าโครงการจะเดินหน้าตามแผน รวมถึงการเปิดลงทะเบียน 5 มิถุนายน 2026