Skip to main content
AI & Technology

จาก Software House สู่ AI Company — บทเรียนจากการ Transform Enersys

เรื่องราวจริงของ Enersys จากบริษัทซอฟต์แวร์ที่เริ่มต้นคนเดียวในปี 2012 สู่ AI Company ที่ให้บริการองค์กรชั้นนำของไทย บทเรียนและคำแนะนำสำหรับบริษัทที่อยากเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

25 ก.พ. 20267 นาที
AI TransformationSoftware CompanyStartup ThailandEnersysGenesis AIDigital TransformationAI

ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทย มีบริษัท Software House จำนวนมากที่กำลังตั้งคำถามเดียวกันว่า "จะอยู่รอดอย่างไรในยุค AI?" บางคนกลัวว่า AI จะมาแทนที่ บางคนอยากเปลี่ยนแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

บทความนี้เราจะเล่าเรื่องจริงของ Enersys — บริษัทซอฟต์แวร์ไทยที่เริ่มต้นจากคนเดียวในปี 2012 สร้างทีมจนมีพนักงาน 15 คน ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำของประเทศ และตอนนี้กำลัง Transform เป็น AI Company ที่มีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง เราหวังว่าบทเรียนเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทเทคโนโลยีไทยที่กำลังมองหาทิศทางในยุค AI

จุดเริ่มต้น: คนเดียวกับความเชื่อในโอเพนซอร์ส (2012-2015)

ปี 2012 Tomz ผู้ก่อตั้ง Enersys เริ่มต้นธุรกิจคนเดียว ด้วยความเชี่ยวชาญในระบบ ERP โอเพนซอร์สอย่าง Odoo (ในตอนนั้นยังชื่อ OpenERP) ในขณะที่ตลาด ERP ในไทยถูกครอบงำโดย SAP และ Oracle ที่มีราคาหลักล้านถึงหลักสิบล้าน การเลือก Odoo เป็นทางเลือกที่แม้จะเสี่ยง แต่เปิดโอกาสให้เข้าถึงลูกค้าระดับกลางที่ต้องการระบบ ERP คุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล

ช่วงแรกคืองาน Consulting เป็นหลัก เข้าไปช่วยลูกค้าวิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบ Customize Odoo และ Implement ให้สำเร็จ งานแต่ละโปรเจกต์ใช้เวลา 3-12 เดือน รายได้ขึ้นกับจำนวนโปรเจกต์ที่ทำได้

บทเรียนจากช่วงนี้ คือ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง คือสิ่งที่ทำให้บริษัทเล็ก ๆ แข่งกับรายใหญ่ได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง แค่เก่งในสิ่งที่ตลาดต้องการแต่หาคนทำได้ยาก

การสร้างทีมและความน่าเชื่อถือ (2015-2020)

เมื่อผลงานเริ่มพิสูจน์ตัวเอง ลูกค้าเริ่มใหญ่ขึ้น Enersys ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งกลุ่มพลังงาน สถาบันการเงิน สื่อและบันเทิง อสังหาริมทรัพย์ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรด้านการเกษตร

การได้ทำงานกับองค์กรเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่สร้าง ประสบการณ์ ที่หาไม่ได้จากที่อื่น ทุกโปรเจกต์คือบทเรียนเรื่อง Requirement ที่ซับซ้อน, กระบวนการทำงานขององค์กรขนาดใหญ่, ความท้าทายในการ Integration กับระบบเดิม และการจัดการกับ Stakeholder หลายฝ่าย

ในช่วงเดียวกัน Enersys ยังสร้างมาตรฐานให้กับองค์กรด้วยการได้รับการรับรอง Odoo Silver Partner ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความสามารถด้าน Odoo ระดับสากล และมาตรฐาน ISO/IEC 29110-4-1:2018 ซึ่งเป็นมาตรฐานกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรขนาดเล็ก

ทีมขยายจาก 1 เป็น 15 คน ทุกคนถูกคัดเลือกและพัฒนาทักษะจนเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บทเรียนจากช่วงนี้ คือ Certification และ Track record คือตัวเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ คือ คุณภาพของงานจริง

จุดเปลี่ยน: มองเห็นข้อจำกัดของ Service Model (2020-2023)

แม้ธุรกิจ Software Consulting จะเติบโตต่อเนื่อง แต่ Tomz เริ่มมองเห็นข้อจำกัดที่ชัดเจนของ Business Model นี้

ประเด็นแรกคือ Revenue ผูกกับเวลา รายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงที่ทีมทำงาน การจะเพิ่มรายได้ต้องจ้างคนเพิ่ม ซึ่งก็ต้องหาโปรเจกต์มาป้อนอีก วงจรนี้ไม่ Scale

โปรเจกต์ Implement ก็มักจบเป็นก้อน ๆ มีรายได้ Maintenance ต่อเนื่องบ้าง แต่ไม่มากพอจะสร้างความมั่นคงระยะยาว ไม่มี Recurring Revenue ที่แท้จริง

แล้วทุกโปรเจกต์ที่ทำ ความรู้และ Code ก็สะสมอยู่ในโปรเจกต์ของลูกค้า ไม่ได้กลับมาเป็น Asset ของบริษัท

พอ ChatGPT ออกมาในปี 2022 ก็ยิ่งเห็นชัดว่างาน Development หลายอย่างที่เคยใช้คน จะเริ่มถูก AI ช่วยทำได้ ในอนาคตลูกค้าจะจ่ายค่าพัฒนาซอฟต์แวร์น้อยลง

การตระหนักในข้อจำกัดเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นของการ Transform

การเปลี่ยนผ่าน: จาก Service สู่ Product-Led (2023-2026)

Enersys เลือกกลยุทธ์ที่ชัดเจน คือ เปลี่ยนจาก Service-First เป็น Product-Led โดยใช้ประสบการณ์กว่า 14 ปีในการทำงานกับองค์กร มาสร้างผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาจริง

Genesis AI Platform

ผลิตภัณฑ์หลักของ Enersys ในยุคใหม่ คือ Genesis AI แพลตฟอร์ม Agentic AI สำหรับองค์กร ที่ออกแบบมาจากการเห็นปัญหาจริงของลูกค้า

Genesis AI ไม่ได้เป็นแค่ Chatbot แต่เป็นระบบ AI Agent ที่สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลและระบบภายในองค์กร ค้นหาข้อมูลจากเอกสารภายใน (RAG) วางแผนและดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย และทำงานร่วมกับ ERP และระบบอื่น ๆ ได้

ที่มาของชื่อ Genesis คือ "จุดเริ่มต้นใหม่" ซึ่งสะท้อนทั้งจุดเริ่มต้นใหม่ของ Enersys และจุดเริ่มต้นใหม่ขององค์กรที่นำไปใช้

PrivacyHub

ผลิตภัณฑ์อีกตัวที่เกิดจากการเห็นปัญหาจริง คือ PrivacyHub แพลตฟอร์มสำหรับบริหารจัดการ PDPA (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)

เมื่อ PDPA มีผลบังคับใช้ องค์กรจำนวนมากต้องการระบบจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมาย PrivacyHub ตอบโจทย์นี้โดยให้องค์กรจัดทำ ROPA (Record of Processing Activities), จัดการ Cookie Consent, รับคำร้อง DSAR (Data Subject Access Request) และบริหารจัดการ Data Breach ได้ในที่เดียว

5 บทเรียนสำคัญจากการ Transform

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นี่คือบทเรียนที่เราอยากแบ่งปัน

บทเรียนที่ 1: อย่ารอจนพร้อม 100%

ถ้ารอจนทุกอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจะไม่มีวันเริ่ม Enersys เริ่มพัฒนา Genesis AI ขณะที่ยังทำโปรเจกต์ Consulting ควบคู่กันไป ใช้รายได้จาก Service เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ได้หยุดงาน Service ทั้งหมดแล้วหันมาทำ Product ทันที

บทเรียนที่ 2: ประสบการณ์ Service คือขุมทรัพย์

บริษัท Startup ที่เริ่มจากศูนย์ไม่มีสิ่งที่เรามี

ความรู้ที่สะสมจากการทำโปรเจกต์กว่า 100 โปรเจกต์ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาขององค์กรไทย ความเข้าใจในกระบวนการทำงานจริง ทั้งหมดนี้คือ Asset ที่ล้ำค่าที่สุดในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาจริง

บทเรียนที่ 3: เลือกปัญหาที่คุณเข้าใจลึกที่สุด

Enersys ไม่ได้พยายามสร้าง AI ที่ทำได้ทุกอย่าง แต่เลือกโฟกัสที่ Enterprise AI — ใช้ AI แก้ปัญหาในองค์กร — ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เรามีความเข้าใจลึกที่สุดจากประสบการณ์กว่าทศวรรษ

บทเรียนที่ 4: ทีมเล็กทำเรื่องใหญ่ได้

ด้วยทีม 15 คน Enersys สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ระดับ Enterprise ได้ เพราะเราใช้ AI เป็นตัว Multiply ความสามารถของทีม:

  • Developer ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดและ review
  • ฝ่ายขายใช้ AI ช่วยจัดทำ Proposal
  • ฝ่าย Support ใช้ AI ช่วยตอบลูกค้า

เราเป็น Living Proof ว่า AI ช่วยให้ทีมเล็กทำงานเทียบเท่าทีมใหญ่ได้

บทเรียนที่ 5: Product ต้องมาพร้อม Service ไม่ใช่แทนที่

การเปลี่ยนเป็น Product-Led ไม่ได้หมายความว่าทิ้ง Service ทั้งหมด ตรงกันข้าม ลูกค้าองค์กรในไทยต้องการทั้ง Product ที่ดี และ บริการที่ดีควบคู่กัน Genesis AI จะไม่ใช่แค่ SaaS ที่ลูกค้าสมัครแล้วใช้เอง แต่มาพร้อมบริการ Consulting, Onboarding, Training และ Support ที่ครอบคลุม

มองไปข้างหน้า

การ Transform ยังไม่จบ และอาจไม่มีวันจบ เพราะเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงต่อไปเรื่อย ๆ สิ่งที่ Enersys เรียนรู้คือ ความสามารถในการปรับตัว สำคัญกว่าแผนระยะยาวที่สมบูรณ์แบบ

สำหรับบริษัท Software House ในไทยที่กำลังมองหาทิศทาง คำแนะนำของเราคือ อย่ามอง AI เป็นภัยคุกคาม แต่มองเป็นโอกาส ใช้ประสบการณ์ที่สะสมมาสร้างคุณค่าใหม่ เริ่มจากสิ่งที่คุณเก่ง แล้วผสมผสาน AI เข้าไป

การเปลี่ยนผ่านไม่จำเป็นต้องเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ มันอาจเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ต่อเนื่อง แค่อย่าหยุดเดิน

เลือกอ่านประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

บริษัทซอฟต์แวร์ที่ดี ดูยังไง? — 10 เกณฑ์ที่ต้องรู้ก่อนเลือก พร้อมเหตุผลว่าทำไม Enersys ถึงโดดเด่นในวงการไทย

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมูลค่ากว่า 215,000 ล้านบาท แต่การเลือกบริษัทที่ "ใช่" ยังเป็นเรื่องยาก — บทความนี้สรุป 10 เกณฑ์ตัดสินพร้อมกรณีศึกษาจริงจาก Enersys บริษัทที่เปลี่ยนจาก Software House สู่ AI Company ใน 14 ปี

อ่านบทความ

Atlassian ปลดพนักงาน 1,600 คน เพื่อ All-In กับ AI — สัญญาณที่ทุกองค์กรต้องอ่านให้ออก

Atlassian เจ้าของ Jira และ Confluence ปลดพนักงาน 10% (1,600 คน) เพื่อเปลี่ยนทิศไปทาง AI เต็มตัว แทนที่ CTO ด้วยผู้นำ AI สองคน — นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรจริงๆ

อ่านบทความ

ERP คือ อะไร คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับ SME และบริษัทขนาดกลางในไทย

ERP คือซอฟต์แวร์ที่รวมงานบัญชี จัดซื้อ ขาย คลังสินค้า ผลิต และบุคคล ไว้บนฐานข้อมูลเดียว บทความนี้อธิบายว่า ERP มีโมดูลอะไรบ้าง ต่างจากโปรแกรมบัญชีอย่างไร SME ควรเริ่มเมื่อไร ราคาขึ้นกับอะไร และตัวอย่างระบบที่ใช้กันแพร่หลาย

อ่านบทความ
ดูบทความทั้งหมดใน Insights

"Empowering Innovation,
Transforming Futures."

บอกเราว่างานส่วนไหนที่คุณต้องการปรับ